จ้างเหมาบริการ “ผู้เชี่ยวชาญพัฒนาเครื่องมือเก็บข้อมูลการปรับเปลี่ยนพฤติกรรมสุขภาพ” กิจกรรมที่ 3.6.2

Baan DekBangkokJob.bopaskelbta 2026-08-20

Working environment เหตุผลความจำเป็นที่ต้องจัดจ้าง  การดำเนินงานสร้างเสริมสุขภาพในประชากรกลุ่มเฉพาะจำเป็นต้องมีระบบติดตามและเก็บข้อมูลที่สามารถสะท้อน  การเปลี่ยนแปลงด้านความรู้ ทัศนคติ พฤติกรรมสุขภาพ และผลลัพธ์ที่เกิดขึ้นกับประชากรกลุ่มเป้าหมาย  ได้อย่างเหมาะสมและเป็นระบบ เพื่อให้สามารถประเมินได้ว่ากิจกรรมหรือกระบวนการที่ดำเนินงานก่อให้เกิดการเปลี่ยนแปลงที่พึงประสงค์มากน้อยเพียงใด รวมถึงสามารถนำข้อมูลไปใช้ในการพัฒนาการดำเนินงานและการกำหนดแนวทางเชิงนโยบายต่อไป อย่างไรก็ตาม ประชากรกลุ่มเฉพาะมีบริบทและข้อจำกัดที่แตกต่างจากประชากรทั่วไป ทั้งด้านภาษา การศึกษา วัฒนธรรม สภาพแวดล้อมทางสังคม และรูปแบบการเข้าถึงบริการสุขภาพ ดังนั้น เครื่องมือเก็บข้อมูลจึงไม่สามารถใช้แบบประเมินทั่วไปได้โดยตรง แต่ต้องได้รับการออกแบบให้  สอดคล้องกับบริบทของประชากรกลุ่มเฉพาะ เข้าใจง่าย สามารถนำไปใช้ในพื้นที่จริง และวัดการเปลี่ยนแปลงที่เกิดขึ้นได้อย่างน่าเชื่อถือ การจัด  เวทีพัฒนาเครื่องมือการเก็บผลลัพธ์การเปลี่ยนแปลงประชากรกลุ่มเฉพาะ  จึงมีความจำเป็นต้องมีผู้เชี่ยวชาญด้านการออกแบบเครื่องมือ การวัดและประเมินผล การวิจัยเชิงพฤติกรรมสุขภาพ และการสร้างเสริมสุขภาพ เพื่อทำหน้าที่สนับสนุนการกำหนดกรอบผลลัพธ์ ตัวชี้วัด และวิธีการเก็บข้อมูลที่เหมาะสม รวมถึงช่วยเชื่อมโยงระหว่าง  บริบทของประชากร กระบวนการดำเนินงาน และผลลัพธ์การเปลี่ยนแปลง  ให้สามารถนำไปใช้ในการติดตามผลได้จริง ผู้เชี่ยวชาญจะมีบทบาทสำคัญในการออกแบบและพัฒนาเครื่องมือที่สามารถเก็บข้อมูลการเปลี่ยนแปลงได้ทั้งในระดับ  บุคคล กลุ่ม และพื้นที่  เช่น ความรู้และความรอบรู้ด้านสุขภาพ การเข้าถึงข้อมูลและบริการสุขภาพ การปรับเปลี่ยนพฤติกรรม การมีส่วนร่วมของประชากรกลุ่มเป้าหมาย ตลอดจนการเปลี่ยนแปลงของกลไกหรือสภาพแวดล้อมที่เอื้อต่อสุขภาวะ โดยคำนึงถึงความเหมาะสมของวิธีการเก็บข้อมูลและความสามารถในการนำข้อมูลไปวิเคราะห์และสังเคราะห์ผลลัพธ์ ดังนั้น จึงมีความจำเป็นต้องจัดจ้างผู้เชี่ยวชาญเพื่อสนับสนุนการออกแบบและพัฒนาเครื่องมือเก็บข้อมูลการปรับเปลี่ยนพฤติกรรมสุขภาพ และร่วมดำเนินกระบวนการในเวทีพัฒนาเครื่องมือดังกล่าว เพื่อให้ได้  เครื่องมือที่มีกรอบแนวคิดชัดเจน มีความเหมาะสมกับประชากรกลุ่มเฉพาะ สามารถใช้เก็บข้อมูลการเปลี่ยนแปลงได้อย่างเป็นระบบ และสามารถนำผลที่ได้ไปใช้ในการติดตามประเมินผล การสังเคราะห์บทเรียน และพัฒนาข้อเสนอเชิงนโยบายด้านการสร้างเสริมสุขภาพได้อย่างเป็นรูปธรรม

Your Mission ขอบเขตการดำเนินงาน ( Scope of Work) ผู้รับจ้างในฐานะผู้เชี่ยวชาญพัฒนาเครื่องมือเก็บข้อมูลการปรับเปลี่ยนพฤติกรรมสุขภาพ สำหรับเวทีพัฒนาเครื่องมือการเก็บผลลัพธ์การเปลี่ยนแปลงประชากรกลุ่มเฉพาะ มีขอบเขตการดำเนินงาน ดังนี้

  1. ศึกษาและทบทวนกรอบการดำเนินงาน

ศึกษาวัตถุประสงค์ กลุ่มประชากรเป้าหมาย และบริบทของการดำเนินงานสร้างเสริมสุขภาพประชากรกลุ่มเฉพาะ ทบทวนข้อมูล บทเรียน เครื่องมือ และตัวชี้วัดที่เกี่ยวข้องกับการวัดการเปลี่ยนแปลงพฤติกรรมและผลลัพธ์ทางสุขภาพ วิเคราะห์ข้อจำกัดและความเหมาะสมของเครื่องมือที่มีอยู่ เพื่อนำมาใช้เป็นข้อมูลประกอบการพัฒนาเครื่องมือ

  1. พัฒนากรอบแนวคิดการเก็บผลลัพธ์

กำหนดกรอบแนวคิดสำหรับการติดตามการเปลี่ยนแปลงของประชากรกลุ่มเฉพาะ เชื่อมโยง บริบทประชากร  →  กระบวนการ/กลไกการดำเนินงาน  →  การเปลี่ยนแปลงด้านความรู้ ทัศนคติ และพฤติกรรม  →  ผลลัพธ์ด้านสุขภาพ กำหนดประเด็นและมิติที่ควรติดตามทั้งในระดับบุคคล กลุ่ม และพื้นที่ เสนอแนวทางกำหนดตัวชี้วัดที่สามารถสะท้อนการเปลี่ยนแปลงได้อย่างเป็นรูปธรรม

  1. ออกแบบและพัฒนาเครื่องมือ

ออกแบบเครื่องมือเก็บข้อมูลการปรับเปลี่ยนพฤติกรรมสุขภาพให้เหมาะสมกับประชากรกลุ่มเฉพาะ พัฒนาคำถาม ตัวชี้วัด เกณฑ์การประเมิน และวิธีการเก็บข้อมูล คำนึงถึงข้อจำกัดด้านภาษา การศึกษา วัฒนธรรม และความสามารถในการเข้าถึงข้อมูลของกลุ่มเป้าหมาย ออกแบบเครื่องมือให้สามารถนำไปใช้ได้ทั้งในรูปแบบกระดาษและ/หรือระบบดิจิทัลตามความเหมาะสม

  1. ดำเนินกระบวนการในเวทีพัฒนาเครื่องมือ

นำเสนอกรอบแนวคิดและหลักการออกแบบเครื่องมือแก่ผู้เข้าร่วมเวที อำนวยกระบวนการระดมความคิดเห็นและแลกเปลี่ยนเรียนรู้ สนับสนุนผู้เข้าร่วมในการพิจารณาความเหมาะสมของตัวชี้วัดและข้อคำถาม รวบรวมข้อเสนอแนะและนำมาปรับปรุงเครื่องมือให้สอดคล้องกับบริบทการดำเนินงานจริง

  1. ทดลองและตรวจสอบคุณภาพของเครื่องมือ

เสนอแนวทางการทดลองใช้เครื่องมือกับกลุ่มเป้าหมายหรือกลุ่มที่มีบริบทใกล้เคียง ตรวจสอบความชัดเจน ความเข้าใจง่าย ความเหมาะสม และความเป็นไปได้ในการเก็บข้อมูล ปรับปรุงเครื่องมือจากผลการทดลองใช้และข้อเสนอแนะของผู้เกี่ยวข้อง หากเหมาะสม เสนอแนวทางตรวจสอบความตรง ความเชื่อมั่น หรือคุณภาพของเครื่องมือตามหลักวิชาการ

  1. จัดทำคู่มือและแนวทางการใช้งาน

จัดทำคำอธิบายตัวชี้วัดและข้อคำถาม กำหนดแนวทาง วิธีการ และขั้นตอนการเก็บข้อมูล กำหนดแนวทางการบันทึก ตรวจสอบ และจัดการข้อมูล จัดทำแนวทางการวิเคราะห์และแปลผลการเปลี่ยนแปลงพฤติกรรมสุขภาพ

  1. สังเคราะห์ผลและให้ข้อเสนอแนะ

สังเคราะห์ข้อคิดเห็นจากผู้เข้าร่วมเวทีและผู้เกี่ยวข้อง เสนอแนวทางนำเครื่องมือไปใช้ในการติดตามผลลัพธ์การเปลี่ยนแปลงประชากรกลุ่มเฉพาะ เสนอแนวทางพัฒนาเครื่องมือในระยะต่อไป เพื่อให้สามารถใช้เป็นเครื่องมือกลางในการติดตามและสังเคราะห์ผลลัพธ์ได้

  1. ปรับปรุงและส่งมอบผลงาน

ปรับปรุงเครื่องมือและเอกสารประกอบตามข้อเสนอแนะของผู้ว่าจ้าง ส่งมอบเครื่องมือฉบับสมบูรณ์ พร้อมเอกสารคำอธิบายและแนวทางการใช้งาน ประสานงานกับทีมดำเนินงานและให้คำปรึกษาด้านวิชาการที่เกี่ยวข้องตลอดระยะเวลาการดำเนินงาน ( ร่าง) เวทีพัฒนาเครื่องมือการเก็บผลลัพธ์การเปลี่ยนแปลงประชากรกลุ่มเฉพาะ วันอังคารที่  22  กันยายน  2569  เวลา  09.30 – 17.00  น. ณ ห้องประชุม  206A  ชั้น  2  สํานักงานกองทุนสนับสนุนการสร้างเสริมสุขภาพ (สสส.)

เป้าหมาย   เครื่องมือเก็บรวบรวมผลลัพธ์การเปลี่ยนแปลงพฤติกรรมสุขภาพ 7+1 วัตถุประสงค์  

  1. ออกแบบเครื่องมือเก็บรวบรวมผลลัพธ์การเปลี่ยนแปลงพฤติกรรมสุขภาพ 7+1
  2. แนวทางการเก็บรวบรวมข้อมูลผลลัพธ์การเปลี่ยนแปลง

ผลผลิต   เครื่องมือและแนวทางการเก็บรวบรวมข้อมูลผลลัพธ์การเปลี่ยนแปลง

08.30 – 09.30  น.                ลงทะเบียน 09.30 – 09.45  น.                ชี้แจงวัตถุประสงค์การจัดเวทีฯ 09.45 – 11.00  น.                ทิศทางการวัดผลลัพธ์การเปลี่ยนแปลงพฤติกรรมสุขภาพ 7+1 11.00 – 12.00  น.                เครื่องมือสําหรับการเก็บเกี่ยวผลลัพธ์การเปลี่ยนแปลงพฤติกรรมสุขภาพ 12.00 – 13.00  น.                รับประทานอาหารกลางวัน 13.00 – 15.00  น.                (ร่าง) เครื่องมือการเก็บเกี่ยวผลลัพธ์การเปลี่ยนแปลงพฤติกรรมสุขภาพ 15.00 – 17.00  น.                แนวทางการเก็บเกี่ยวผลลัพธ์การเปลี่ยนแปลงพฤติกรรมสุขภาพ

ระยะเวลาดำเนินงาน ระยะเวลาดำเนินงานนับตั้งแต่ลงนามในสัญญา จนถึงวันที่ 31 ตุลาคม 2569 งบประมาณ ค่าตอบแทนที่ได้รับ รวมทั้งสิ้น 50,000 บาท (ห้าหมื่นบาทถ้วน)  เงื่อนไขการชำระเงิน จำนวน 2 งวด ประกอบด้วยรายละเอียดดังนี้

งวดที่ สิ่งส่งมอบ ระยะเวลา ค่าตอบแทน 1 1. ใบเสนอราคา พร้อมข้อเสนอการดำเนินงาน 1.1 ข้อเสนอทางเทคนิค: ความเข้าใจในขอบเขตงาน แนวทางดำเนินงาน แผนงานและตัวอย่าง  1.2 ข้อเสนอทางการเงิน (ใบเสนอราคา): ระบุค่าตอบแทน  1.3 ประวัติการทำงาน (CV) พร้อมผลงานที่เกี่ยวข้อง

  1. ไฟล์รายงานขั้นต้น (Inception Report)
  1. ใบวางบิล (invoice) พร้อมเอกสารประกอบ ได้แก่ สำเนาบัตรประชาชน สำเนาบัญชีธนาคาร

ภายหลังผู้ว่าจ้างตกลงและทำสัญญากับผู้รับจ้าง  กำหนดส่งมอบ ภายในเดือนกันยายน 2569 ก่อนการจัดงาน ผู้ว่าจ้างโอนค่าตอบแทนให้กับผู้รับจ้างในวันที่จัดกิจกรรม (22 ก.ย. 2569) 25,000 บาท

(50% ของ ค่าตอบแทน) 2 1. ไฟล์รายงานการพัฒนาเครื่องมือเก็บข้อมูลการปรับเปลี่ยนพฤติกรรมสุขภาพ  1.1 เครื่องมือเก็บข้อมูลฉบับพร้อมใช้งาน รวมถึงแบบฟอร์มและเอกสารประกอบที่เกี่ยวข้อง 1.2 คู่มือการใช้เครื่องมือ ประกอบด้วยสำระสำคัญ เช่นวัตถุประสงค์ วิธีการเก็บข้อมูล คำอธิบายข้อคำถาม วิธีการให้คะแนน/ประเมินผล แนวทางการบันทึกและตรวจสอบข้อมูล และแนวทางการวิเคราะห์และแปลผล 

  1. ใบวางบิล (invoice) พร้อมเอกสารประกอบ ได้แก่ สำเนาบัตรประชาชน สำเนาบัญชีธนาคาร กำหนดส่งมอบ ภายในเดือนกันยายน 2569 หลังการจัดงาน 25,000 บาท

(50% ของ ค่าตอบแทน)

สิทธิในผลงาน ลิขสิทธิ์และกรรมสิทธิ์ในผลงานทั้งหมดเป็นของผู้ว่าจ้าง ผู้รับจ้างไม่มีสิทธิ์นำไปเผยแพร่โดยไม่ได้รับอนุญาตอย่างเป็นลายลักษณ์อักษรจากผู้ว่าจ้าง ผู้จัดทำรายละเอียดคุณลักษณะเฉพาะของขอบเขตงานจ้าง (ToR) นายเจตนวัฒน์ สลักคำ      ผู้จัดการโครงการบริการสุขภาพภาคการก่อสร้าง ผู้อนุมัติขอบเขตงานจ้าง (ToR)  นายธนดณ ฉันทะธาดาวงศ์ (ผู้รับผิดชอบโครงการ)  ผู้อำนวยการฝ่ายพัฒนาผลลัพธ์ทางสังคมเชิงระบบ  กรรมการจัดหา   เจ้าหน้าที่มูลนิธิเครือข่ายพัฒนาบ้านเด็ก กรรมการตรวจรับ   เจ้าหน้าที่มูลนิธิเครือข่ายพัฒนาบ้านเด็ก

ช่องทางการส่งข้อเสนอ โปรดส่งข้อเสนอการดำเนินงาน ใบเสนอราคา และเอกสารอื่นๆ ที่เกี่ยวข้องมาที่เว็บไซต์ของมูลนิธิเครือข่าย พัฒนาบ้านเด็ก   และช่องทางอื่นที่ผู้ว่าจ้างกำหนด ชื่อและที่อยู่ของ “ผู้ว่าจ้าง” เพื่อระบุในใบเสนอราคาและเอกสารสำคัญอื่นๆ โครงการสนับสนุนนวัตกรรมการสร้างเสริมสุขภาพแรงงานข้ามชาติในแคมป์พักก่อสร้าง รหัสโครงการ 67-00392 สำนักงานกองทุนสนับสนุนการสร้างเสริมสุขภาพ  เลขที่ 99/8 ซอยงามดูพลี แขวงทุ่งมหาเมฆ เขตสาทร กรุงเทพมหานคร 10120 เลขประจำตัวผู้เสียภาษีอากร: 0994000005377 สถานที่ส่งมอบพัสดุและเอกสารประกอบการส่งมอบ โครงการสนับสนุนนวัตกรรมการสร้างเสริมสุขภาพแรงงานข้ามชาติในแคมป์พักก่อสร้าง รหัสโครงการ 67-0039 2 มูลนิธิเครือข่ายพัฒนาบ้านเด็ก 2836 ถนนสุขุมวิท แขวงบางนาเหนือ เขตบางนา กทม. 10260

Your Profile เงื่อนไขการยื่นข้อเสนอราคา ผู้เสนอราคาต้องเสนอราคาที่รวมภาษีมูลค่าเพิ่ม และภาษีอื่น ค่าขนส่ง ค่าจดทะเบียน และค่าใช้จ่ายอื่นๆทั้งปวง ไว้ด้วยแล้ว ยกเว้นในกรณีที่ผู้เสนอราคาเป็นผู้ประกอบกิจการที่ได้รับการยกเว้นภาษีมูลค่าเพิ่มตามกฎหมายสามารถเสนอราคาที่ไม่รวมภาษีมูลค่าเพิ่มได้  ภายในวันที่ 7 กันยายน 2569 เพื่อให้กระบวนการพิจารณาผลการจัดซื้อจัดจ้างและการดำเนินการจัดทำสัญญาเป็นไปอย่างต่อเนื่องและมีประสิทธิภาพ จึงกำหนดให้ผู้ยื่นข้อเสนอต้องยืนราคาตลอดระยะเวลาที่ครอบคลุมจนกว่าจะมีการลงนามในสัญญาแล้วเสร็จ ทั้งนี้ เพื่อให้ราคาและเงื่อนไขที่เสนอมีผลผูกพันผู้ยื่นข้อเสนอ ป้องกันการเปลี่ยนแปลงหรือถอนข้อเสนอภายหลังการพิจารณาผล ซึ่งอาจส่งผลให้กระบวนการจัดซื้อจัดจ้างเกิดความล่าช้าหรือเสียประโยชน์ต่อผู้ว่าจ้าง

เอกสารที่ต้องยื่นประกอบการเสนอราคา

  1. ข้อเสนอทางเทคนิค: ความเข้าใจในขอบเขตงาน แนวทางดำเนินงาน แผนงานและตัวอย่าง
  2. ข้อเสนอทางการเงิน (ใบเสนอราคา): ระบุค่าตอบแทนรวม (รวม/ไม่รวม VAT)
  3. ประวัติการทำงาน (CV) พร้อมผลงานที่เกี่ยวข้อง

อัตราค่าปรับ สงวนสิทธิ์ค่าปรับกรณีส่งมอบเกินกําหนดโดยคิดค่าปรับเป็นรายวันในอัตราร้อยละ 0.10 ต่อวัน สูงสุดไม่เกิน 10% ของมูลค่าตามใบสั่งซื้อ/จ้าง/เช่า หรือสัญญา 

กระบวนการตรวจรับงานและการประกันคุณภาพ คณะกรรมการตรวจรับจะดำเนินการพิจารณาผลงานและสิ่งส่งมอบภายใน 7 วันทำการ นับจากวันที่ได้รับจากผู้ให้บริการ โดยผู้ให้บริการต้องดำเนินการแก้ไขตามข้อเสนอแนะของคณะกรรมการภายในวันที่ 30 กันยายน 2569 (ถ้ามี) หากผลงานยังไม่ผ่านเกณฑ์ที่กำหนด ผู้ให้บริการจะต้องดำเนินการปรับปรุงแก้ไขเพิ่มเติมจนกว่าจะได้รับอนุมัติ โดยไม่มีค่าใช้จ่ายเพิ่ม  อนึ่ง หากผู้ให้บริการไม่สามารถส่งมอบงานได้ตามกำหนดเวลา ผู้ให้บริการยินยอมให้มีการปรับในอัตรา ร้อยละศูนย์จุดหนึ่ง (0.1%) ของมูลค่าสัญญาทุกวัน จนกว่าจะส่งมอบงานแล้วเสร็จ ทั้งนี้ กำหนดค่าปรับสูงสุดไม่เกินร้อยละสิบ (10%) ของมูลค่าสัญญาก่อนที่สัญญาจะถูกยกเลิก และผู้ว่าจ้างขอสงวน สิทธิ์ที่จะไม่จ่ายเงินที่เหลือและรับผลงานที่ส่งมาแล้ว

เอกสารที่ต้องยื่นภายหลังได้รับพิจารณาและดำเนินการเซ็นสัญญาว่าจ้าง 

  1. สัญญาว่าจ้างที่ผ่านการลงนามครบถ้วน;  (แบบสัญญาซื้อ/จ้าง/เช่า)

1.1 ลงนามโดย (1) ผู้ให้บริการ (2) ผู้รับผิดชอบโครงการ (3) พยาน 1.2 ติดอาการแสดมป์ (หรือตีตราสาร) อย่างครบถ้วนถูกต้องทั้งสองฉบับ (สัญญาต้นฉบับและคู่ฉบับ) 

  1. เอกสารอื่นๆ ข้อเสนอทางการเงินและเอกสารประกอบ

สอบถาม เพิ่มเติม  กรุณาติดต่อ  นายเจตนวัฒน์ สลักคำ        ผู้จัดการโครงการบริการสุขภาพภาคการก่อสร้าง  jetnawat@baandekfoundation.org